วิทยาศาสตร์สมารถบ่งบอกได้เป็นรูปรสกลิ่นเสียง

“เดวิด ควาแมน” ผู้พยายามอธิบายถึงทฤษฎีวิวัฒนาการของ “ดารวิน” เอาไว้ในหนังสือ “เนชั่นแนล จีโอกราฟิก” ฉบับเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2004 ด้วยนํ้าเสียงที่แสดงออกถึงความยกย่อง, ชื่นชม อย่างเต็มที่ ได้ สรุปถึงสิ่งที่เป็น “แก่นสาระ” หรือถือเป็น “หัวใจ” ของ “ทฤษฎีดารืวิน” บาร์โหนติดผนัง  ว่า…ปีอยู่เพียง 2 ประการใหญ่ๆ เท่า’นั้นก็คือ… เป็นการชี้ให้เห็นว่า… “กระบวนกาวิวัฒนาการของสิงมีชีวิตนั้น มีฐานะเป็นปรากฏการณ์’ประ’วัติศาสตร์’’. และกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตก็คือสิ่ง ที่เรียกกันว่า… “กระบวนการคัดสรรทางธรรมชาติ”ข้อสรุปที,ว่านี้อาจจะฟังดูสั้นๆ, เรียบๆ, ง่ายๆ แต่ถ้าหากอธิบาย เพิ่มเติมแบบ “แปลไทยเป็นไทย” กันบ้างแล้ว ก็ดูจะเป็นสิ่งที่น่าแตกตื่น ใจไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อชาวยุโรปในยุคนั้น หรือก่อให้เกิด ปฏิกริยาความรู้สึกอย่างที่ “คาร์ล มาร์กซ์” และ “ฟรีทดิช แองเกล*โ” 2 เจ้าพ่อคอมมิวนิสติถึงกับอุทานว่า…เป็นการ “ปล่อยหมัดตาย” ควาความเชือดังเดิมของชาวยุโรปอย่าง “ไม,มีวันทืเนคืนได้อีก” กันเลยทีเดียว..หรืออาจจะสรุปได้ว่า..การที่ “ดาร์วิน” พยายามชี้ให้เห็นว่า วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางประวัติศาสตร์ โดย ความหมายก็คือ “ดา!วิน”  บาร์โหนเพิ่มกล้าม ได้แสดงการคัดค้านอย่างตรงไป-ตรงมากับ ความเชื่อดั้งเดิมของใครต่อใครในยุโรปที่เคยยึดมั่นอยู่กับความเชื่อทาง ศาสนา ที่เชื่อว่าสิงมีชีวิตชนิดต่างๆ ถูกสร้างขึ้นมาจาก “พระผู้เป็นเจ้า” หรือ จาก “การเนรมิตสร้าง”ให้เป็นเซ่นนั้นมาตั้งแต่เริ่มแรก หรือมีรูปร่างลักษณะ “คงที่”โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ มาตลอดช่วงเวลาประวิติศาสตร์…เซ่น การสร้าง “มนุษย์” ขึ้นมาจาก “ฉายานาม” ของพระองค์…แต่ทฤษฎี “ดา!วิน” นั้นแสดงให้เห็นว่า รูปร่างลักษณะของสิ่งมี ชีวิตต่าง ๆ นั้นไม่ได้ “คงที่” แต่มีการ “เปลี่ยนแปลง” หรือ “วิวัฒนาการ” มาตามลำดับ จนมนุษย์ที่เชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นมาตามรูปลักษณ์เช่นเดียว กับพระผู้เป็นเจ้านั้นถ้าหากย้อนประวิติศาสตร์กลับไปสืบค้นที่มา-ที่ไปดูแล้ว  ก็มีรูปร่างไม่ต่างไปจาก “ลิง” หรือ “วิวัฒนาการมาจากลิง” นั่นเอง…การที่ “ดา!วิน”พยายามชี้ให้เห็นถึง “ความไม่คงที่” หรือ “การ วิวัฒนาการ” ไปตามช่วงระยะเวลาทางประวัติศาสตร์ ก็จึงเป็นการซี้ให้ เห็นว่าความเป็นไปของสิ่งมีชีวิตนั้นน่าจะไม่ได้เกี่ยวพันอยู่กับ “พระผู้เป็น แทกคุกวิทยาศาสตร์ ล้างตำนาน…ดารวัน ในช่วงปีค.ศ. 1836 ชาวอะบอริจินแห่งเกาะทัสมาเนียคนสุดท้าย ทีมีชือ ว่า “ทรูกานีนี” ก็ได้จบชีวิตลง หรือเกิดการ “สูญพันธุ” ไปในลักษณะ เดียวกันกับแนวทางทฤษฎีวิวัฒนาการของ “ดาร์วิน” นั่นเอง…ภายใต้สภาพที่บรรดาประเทศจักรวรรดินิยมในขณะนั้นได้กระทำ ต่อบรรดาชนพื้นเมืองในพื้นที่ต่างๆ ทำให้แม้นว่า “ดารวิน” อุปกรณ์ฟิสเนส  จะไม่ไปเก็บ ตัวอย่างพันธุพืช, พันธุสัตว์, มาสะสมหรือแยกแยะกันในห้องทดลองเลย ก็ตาม แต่มันก็สามารถสะท้อนให้เห็นถึงบทสรุปที่ถูกนำมาใช้เป็น “แก่น ลาระ” ของทฤษฎีวิวัฒนาการของ “ดาร์วิน” ชัดเจนอยู่แล้ว นั่นก็คือ ความเชื่อที่ว่า… “ในการดิ้นรนต่อf เพื่อความอยู่รอดของสิ่งมืชีวิตทังหลาย ย่อมทำให้สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่า…มืโอกาสรอดน้อยกว่า ลักษณะด้อย และไร้ประโยชน์จะถูกขจัดทิ้งไป ลักษณะเด่นและมีประโยชน์เท่านั้นที่จะ คงอยู่ภายใต้…กระบวนการคัดสรรทางธรรมชาติ…”

บาร์โหน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s